4 ชีสชื่อแปลกที่คุณต้องลอง

4 ชีสชื่อแปลกที่คุณต้องลอง
.
▪นักฆ่าแวมไพร์ ▪บิชอพเหม็น▪
▪ มังกรน้อย ▪ลมหายใจมังกร
เมื่อพูดถึงเนยแข็งหรือชีสเรามักจะคุ้นชื่อ มอสซาเรลลา (mozzarella) บรี (brie) พาร์เมซาน (parmesan) กามองแบร์ (camembert) เฟตา (feta) คอทเทจ (cottage) หรือเชดดาร์ (cheddar) ซึ่งต้องถือว่าอยู่ในกลุ่มชีส “ชื่อดัง” และ “ยอดนิยม” มีความเป็น mass อยู่ในตัว เพราะพบได้ในอาหารหลายชนิด แต่ถ้าคุณๆ มีโอกาสค้นคว้าข้อมูลหรือลองเข้าไปดูในพิพิธภัณฑ์ชีสทางออนไลน์จะพบว่าในโลกนี้ยังมีชีสอีกมาก (อย่างน้อยก็ราว 3,000 ชนิด) ที่อาจไม่ได้ยินชื่อ ซ้ำยังพลอยจะคิดไปว่า “นั่นเป็นชื่อชีสจริงๆ หรือ”
วันนี้ ‘นวัตกิน’ มีชื่อแปลกๆ ของชีสที่มีอยู่จริงบนโลกนี้มาฝากไว้ให้ประดับความรู้กันครับ

ลมหายใจมังกร (Dragon’s Breath Blue)
.
ชีสชนิดนี้มีกำเนิดขึ้นเมื่อปี 2002 ที่ฟาร์มของเกษตรกรเชื้อสายดัตช์ตระกูลแวน เดน ฮูก (van den Hoek) ในชนบททางตอนเหนือของมณฑลโนวาสโกเทีย (Nova Scotia) ประเทศแคนาดา จัดเป็นบลูชีสประเภทนุ่ม-สุกที่มักจะวางขายโดยบรรจุอยู่ในเปลือกหุ้ม (casing) สีดำ

เนื้อชีสของลมหายใจมังกรนี้ มีตั้งแต่แบบนุ่มและมันแบบครีมไปจนถึงแข็งและมีความมันของเนยสูง โดยชีสชนิดนี้มักจะมีความเค็มของน้ำเกลือที่ใช้ในระหว่างกระบวนการผลิตอยู่ด้วย ขณะที่กลิ่นนั้น บางคนบอกว่ากลิ่นหอมแรง แต่บางคนก็ว่าหนักไปทางกลิ่นฉุนเสียมากกว่า

ส่วนจะคล้ายกลิ่นลมหายใจมังกรอย่างชื่อของมันหรือเปล่าก็คงต้องหามาลองชิมกันอยู่ นอกจากนี้ ชีสชนิดนี้ยังได้รับยกย่องให้เป็น Best Blue Cheese ของประเทศแคนาดาเมื่อปี 2016 อีกด้วย

มังกรน้อย (Little Dragon)
.
ชีสสีขาวเนื้อนิ่มที่มีความมันแบบครีมนี้ผลิตจากโรงงาน Zingerman’s Creamery ที่เมืองแอนอาร์บอร์ (Ann Arbor) รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา โดยกำเนิดขึ้นครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม 1982 ผลิตจากน้ำนมแพะที่ผ่านการพาสเจอไรซ์แล้ว

จุดเด่นของ ‘มังกรน้อย’ นั้นคือ ชีสชนิดนร้จะถูกห่อด้วยใบทาร์รากอน (tarragon) ซึ่งเป็นพืชตระกูลเดียวกับทานตะวันตก เป็นสมุนไพรและเครื่องเทศยอดนิยมทั้งในยุโรป อเมริกาเหนือและภูมิภาคยูเรเซีย ทำให้มีกลิ่นหอมปนเผ็ดร้อนแบบสมุนไพรและมีรสชาติหวานอมเปรี้ยวนิดๆ ปนอยู่ด้วย

นักนิยมชีสกล่าวว่าชีสชนิดนี้จะกินเปล่าๆ ก็ได้หรือจะกินกับขนมปังเปลือกแข็งก็ได้รสชาติดีไม่แพ้กัน

บิชอพเหม็น (Stinking Bishop)
.
ชีสชื่อแปลกนี้เกิดขึ้นโดยชาร์ล มาร์เทล (Charles Martell) ที่ฟาร์มฮันต์คอร์ตในกลอเซสเตอร์เชียร์ทางตะวันตกของประเทศอังกฤษ

ทั้งนี้ เหตุผลสำคัญก็คือในปี 1972 วัวพันธุ์กลอเซสเตอร์ซึ่งเป็นวัวพื้นเมืองเหลืออยู่เพียง 68 ตัวในโลก มาร์เทลจึงรวบรวมวัวพันธุ์นี้แล้วเริ่มผลิตชีสจากน้ำนมวัวออกวางจำหน่ายซึ่งได้รับการตอบรับดีมาก

ชีสชนิดนี้จัดเป็นชีสกึ่งนิ่ม รสกลางๆ มีความมันแบบครีมสูง (ปริมาณไขมัน 48%) ปีหนึ่งๆ ผลิตได้เพียง 20 ตันเท่านั้น ส่วนที่มาของชื่อชีสนี้ บ้างก็ว่ามีกลิ่นเหมือนลูกแพร์ที่นำมาหมักเป็นเหล้า ขณะเดียวกันก็ว่ามาจากลุงชื่อ “บิชอพ” ซึ่งทำงานเป็นคนงานอยู่ในฟาร์มแห่งนั้น แกเมาตลอดเวลาและไม่ค่อยอาบน้ำจนนำมาตั้งเป็นชื่อชีสก็มี นอกจากนี้ ชีสชนิดนี้ยังคว้ารางวัลเหรียญทองในการประกวด British Cheese Awards เมื่อปี 2010 มาแล้วด้วย

นักฆ่าแวมไพร์ (Vampire Slayer)
.
ชีสเนื้อแข็งชนิดนี้จัดอยู่ในกลุ่มชีสเชดดาร์ มีต้นกำเนิดจากโรงงาน Face Rock Creamery รัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา จุดเด่นคือมีการเติมกระเทียมลงไปในชีสระหว่างการผลิต ทำให้กลิ่นและรสชาติของกระเทียมโดดเด่นขึ้นมามากหลังผ่านกระบวนการบ่มเป็นเวลา 4 เดือน รสชาติเค็มนิดๆ จากน้ำเกลือในกระบวนการผลิตทำให้ชีสชนิดนี้เหมาะมากที่จะกินกับแซนด์วิช พาสต้าหรือกราแตง (gratin) รวมถึงไวน์ขาวชนิดพิเศษที่เรียกว่ารีสลิง (Riesling) และเบียร์ข้าวสาลี (Weizenbier)

ซึ่งรางวัลที่ 1 ในการแข่งขัน American Cheese Society Competition เมื่อปี 2013 น่าจะช่วยยืนยันคุณภาพของ ‘นักฆ่าแวมไพร์’ ได้เป็นอย่างดี

นอกจาก ‘นักฆ่าแวมไพร์’ แล้ว ในโรงงานเดียวกันที่ผลิตชีสชนิดนี้ก็ยังมีการผลิตชีสชื่อแปลกๆ อีกเช่น In Your Face เชดดาร์ชีสที่ผสมพริกรสชาติเผ็ดร้อนถึง 3 ชนิดลงไป กับ Super Slayer ซึ่งเป็นชีสลูกผสมระหว่าง Vampire Slayer กับ In Your Face ที่จให้ทั้งรสเผ็ดของพริกและกระเทียมไปพร้อมๆ กันอีกด้วย)