นวัตกิน NEWS : FOOD INNOVATION NEWS

นวัตกิน NEWS : FOOD INNOVATION NEWS

ชีสพืชซอสมะเขือเทศแผ่นวอดกาจากน้ำแข็งใต้เมืองเชิร์นโนบิลคราฟต์เบียร์เพื่อสิ่งแวดล้อม.. เครื่องพิมพ์เนื้อสามมิติBiosensor ตรงจับเชิ้อโรคในอาหารบรรจุภัณฑ์กินได้จากสาหร่ายทะเล “ลิ้น” อิเล็กทรอนิกส์

—-

สวัสดีครับ “นวัตกิน” วันนี้ เราขอแนะนำคอลัมน์ใหม่ “นวัตกิน NEWS” หรือคอลัมน์ข่าวสารในแวดวงนวัตกรรมอาหารรอบโลกที่น่าสนใจและน่าจะเป็นประโยชน์ให้กับทุกๆ ท่านที่เป็นคนที่คนคอเดียวกันครับ
“คอเดียวกัน” ในที่นี้ย่อมไม่ได้หมายถึงแค่การชอบในรสชาติของอาหารเท่านั้น แต่เรากำลังหมายถึงทุกท่านที่มีความสนใจโลกของอาหาร ทั้งในมุมของความรู้ โภชนาการ ที่มา ประวัติศาสตร์ เทรนด์ใหม่ๆ และโดยเฉพาะเรื่องของ “นวัตกรรม” ใหม่ๆ เกี่ยวกับอาหารครับ

เพราะอาหารไม่ใช่แค่..ความอิ่มอร่อย หรือสิ่งที่ให้พลังงานเท่านั้น แต่ “อาหาร” คือสิ่งที่สร้างชีวิตพวกเรา ขับเคลื่อนความคิดจิตใจ วันธรรมและสังคมของพวกเรา และแน่นอน “อาหาร” นี่แหละคือเหตุผลที่ทำให้โลกหมุนไปข้างหน้า รวมถึงทำให้ก่อเกิดความเจริญ และนวัตกรรมมอีกมากมายในโลกนี้ด้วย..จริงมั้ยครับ

“นวัตกิน”

1. “คราฟต์เบียร์” เพื่อสิ่งแวดล้อม
ในยุคที่เรากำลังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ใครจะคิดว่าวงการคราฟเบียร์ก็สามารถช่วยสิ่งแวดล้อมได้ด้วย บริษัท Lab Culture ในกลุ่มบริษัท Astwood Group (ซึ่งเป็นบริษัทที่เน้นการใช้เทคโนโลยีด้วยความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม) ได้ทดลองนำความร้อนจากการหลอดไฟ LED ที่เคยเป็นของสูญเปล่าในการทดลองปลูกพืชด้วยแสงอาทิตย์เทียมกลับมาใช้ในกระบวนการผลิตคราฟต์เบียร์หลากหลายประเภท
โครงการนี้ นอกจากจะเป็นการลดการสูญเสียพลังงานแล้ว ยังเป็นไอเดียการนำทรัพยากรที่เคยสูญเปล่ากลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมถึงสามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย 

(ที่มา https://labculture.co.uk/)

2. การพัฒนาเครื่องพิมพ์เนื้อสามมิติ

บริษัท Redefine Meat ผู้ผลิตเครื่องพิมพ์เนื้อสามมิติ (3D meat printer) ของประเทศอิสราเอลได้รับงบประมาณ 6 ล้านเหรียญสหรัฐจากหลายองค์กร รวมทั้งกลุ่มบริษัท PHW Group ซึ่งเป็นผู้ผลิตสุกรรายใหญ่ที่สุดของเยอรมนี เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนา “เครื่องพิมพ์เนื้อสามมิติ” ที่คาดว่าจะวางตลาดอย่างเป็นทางการในปี 2021
ทั้งนี้ บริษัท Redefine Meat กำลังพัฒนาเนื้อที่ไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ (animal free meat) ด้วยเครื่องพิมพ์อุตสาหกรรม และได้ขึ้นทะเบียนสิทธิบัตรเทคโนโลยีส่วนผสมที่ใช้พืช 100% ในการผลิตเนื้อสามมิติทางเลือก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าการผลิตเนื้อธรรมชาติถึง 95%
(ที่มา https://www.redefinemeat.com/)

3. ใช้ Biosensor ตรวจจับเชื้อ ‘ซัลโมเนลลา’ ในอาหารดิบ
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมิซซูรี สหรัฐอเมริกา พัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้ผลิตอาหารสามารถตรวจจับเชื้อซัลโมเนลลา (Salmonella) ในอาหารดิบและอาหารพร้อมรับประทาน ด้วยการผสมไบโอเซนเซอร์ (biosensor) ที่เป็นของเหลวพิเศษลงในอาหารประเภทเนื้อสัตว์ปีก ซึ่งเทคโนโลยีที่ว่านี้ นอกจากจะช่วยลดเวลาในการตรวจหาการปนเปื้อนของเชื้อโรคในอาหารจาก 1-5 วันให้เหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมงแล้ว ยังเป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงคุณภาพโรงงานผลิตอาหารและการสาธารณสุข การทดลองนี้ยังอยู่ในขั้นต้น ลำดับต่อไปจะเป็นการพัฒนาตัวตรวจจับเพื่อใช้การใช้งานเชิงพาณิชย์ ทั้งนี้ เพราะในแต่ละปีมีชาวอเมริกันป่วยด้วยโรคที่เกิดจากอาหารมากกว่า 48 ล้านคน(ที่มา https://www.newfoodmagazine.com/news/93168/biosensor-can-identify-small-presence-of-salmonella-in-mere-hours/)
4. Ooho นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์กินได้จากสาหร่ายทะเล
บริษัทน็อตพลา (Notpla) เปิดเผยว่า หน่วยงานวิจัยและนวัตกรรมของอังกฤษ (UK Research and Innovation) ให้ทุนสนับสนุนการวิจัยโอโห (Ooho) ซึ่งเป็นนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์กินได้ที่ไม่ใช้พลาสติก ทำจากสารสกัดสาหร่ายทะเลและยังบรรจุน้ำดื่มได้มากถึง 100 มิลลิลิตร ทั้งนี้ นอกจากโอโหจะเป็นบรรจุภัณฑ์กินได้แล้ว ยังย่อยสลายในธรรมชาติได้ในเวลา 4-6 สัปดาห์ การให้ทุนครั้งนี้เน้นไปที่การสร้างเครื่องสำหรับติดตั้ง Ooho ในสถานที่ออกกำลังกายหรือร้านอาหาร ผู้บริโภคสามารถซื้อโอโหบรรจุน้ำดื่มได้โดยตรงจากผู้ขายในท้องถิ่น เช่น ร้านกาแฟ เป็นต้น ทั้งนี้ ในปี 2018 ได้ทดลองแจกจ่ายโอโหกว่า 42,000 ลูกไปแล้วในกิจกรรมการแข่งขันกีฬา 4 รายการ(ที่มา https://www.notpla.com/products/)
5. “ลิ้น” อิเล็กทรอนิกส์
บริษัท IBM Research พัฒนาเทคโนโลยี Hypertaste ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยในการตรวจสอบเครื่องดื่มและของเหลวที่ไม่เหมาะสำหรับการบริโภคของมนุษย์ โดยแนวคิด “ลิ้นอิเล็กทรอนิกส์” นี้ได้แรงบันดาลใจมาจากการชิมอาหารของมนุษย์ ซึ่งลิ้นอิเล็กทรอนิกจะช่วยจำแนกของเหลวต่างๆ ได้รวดเร็วและแม่นยำกว่าโดยไม่ต้องนำไปทดสอบห้องทดลอง ลิ้นอิเล็กทรอนิกส์นั้นจะทำงานโดยการส่งข้อมูลจากชุดตัวตรวจจับไปยังอุปกรณ์เคลื่อนที่เพื่อเปรียบเทียบองค์ประกอบทางเคมีของของเหลวที่ทดสอบกับชุดข้อมูลในฐานแล้วรายงานกลับมายังอุปกรณ์ตรวจจับอีกครั้ง
(ที่มา https://arxiv.org/abs/1907.06641)

6. Vegan Cheese ชีสจากพืชจะมาแรง
มีการคาดการณ์ว่าตลาดสำหรับเนยแข็ง (chess) ที่ทำจากพืชจะมีมูลค่าสูงขึ้นต่อเนื่องตามกระแสนิยมการบริโภคอาหารมังสวิรัติที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ การปนเปื้อนฮอร์โมน ยาปฏิชีวนะและสารก่อภูมิแพ้ ตลอดจนความใส่ใจต่อสวัสดิภาพสัตว์ ทั้งนี้ มีรายงานว่าประชากรโลกราว 75% มีภาวะย่อยน้ำตาลแล็กโทสบกพร่อง หรือที่เรียกกันว่าอาการท้องเสียจากการดื่มนม ประกอบกับความใส่ใจต่อแนวโน้มสุขภาพที่ได้รับผลกระทบจากผลิตภัณฑ์นม ทำให้ผู้บริโภคสนใจผลิตภัณฑ์นมที่ทำจากพืชมากขึ้น ทั้งนี้ คาดว่าการบริโภคเนยแข็งจากพืชอยู่ที่ 4-5% ของการบริโภคผลิตภัณฑ์จากพืชทั่วโลก
(ที่มา https://www.persistencemarketresearch.com/market-research/vegan-cheese-market.asp)

7. ซอสมะเขือเทศแผ่น
ซอสมะเขือเทศแห้งที่หั่นเป็นแผ่นบางๆ เหมือนเนยแข็งกำลังจะออกวางตลาด!
บริษัท Bo’s Fine Foods ผู้ผลิตสินค้าชนิดนี้กล่าวว่าในแต่ละห่อของผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ จะมีซอสมะเขือเทศแห้งหั่นบางๆ อยู่ 8 แผ่น แต่ละแผ่นให้พลังงาน 30 แคลอรีและมีน้ำตาลอยู่ 5 กรัม ไม่ผสมน้ำเชื่อมข้าวโพดและสารกันบูด ซอสมะเขือเทศแบบแผ่นนี้ถือว่าได้เปรียบซอสแบบขวดหรือถุงอย่างมาก เพราะผู้บริโภคไม่ต้องเทหรือเขย่าซอสออกจากขวด และไม่ต้องบีบจากถุงจนอาจทำให้เปรอะเปื้อน หากต้องการกินกับขนมปัง ผู้บริโภคเพียงวางแผ่นซอสไว้ระหว่างขนมปัง 2 แผ่นแล้วนำเข้าเตาอบ หรือเคี่ยวแผ่นซอสกับน้ำและเครื่องปรุงอื่นๆ ไม่นานก็จะได้ซอสบาร์บีคิวที่พร้อมรับประทาน
(ที่มา https://www.kickstarter.com/projects/sliceofsauce/slice-of-saucetm/description)

8. ATOMIK..วอดกาจากเชิร์นโนบิ
นักวิทยาศาสตร์ใช้เวลา 3 ปี ทดลองและผลิตวอดกาคุณภาพดี ยี่ห้อ “อะตอมมิก” (ATOMIK) ที่นำธัญพืชจากเขตรกร้างของอดีตโรงไฟฟ้าปรมาณูเชิร์นโนบิลของรัสเซียมาผลิต โดยการผลิตที่ว่าจะใช้น้ำที่ได้มาจากก้อนน้ำแข็งลึกใต้เมืองเชิร์นโนบิลซึ่งห่างจากเตาปฏิกรณ์ 10 กิโลเมตร จากการศึกษาองค์ประกอบทางเคมีพบว่าน้ำใต้ดินเหล่านี้ไม่มีการปนเปื้อนกัมมันตรังสี และยังมีความเหมือนกับน้ำใต้ดินจากแคว้นชองปาญ (Champange) ของฝรั่งเศสอีกด้วย เช่นเดียวกับธัญพืชต่างๆ ที่นำมาผลิตวอดกาก็พิสูจน์ยืนยันแล้วว่าปราศจากการปนเปื้อนเช่นกัน
ทั้งนี้ ATOMIK คือวอดกาเพื่อสังคมด้วย เพราะกำไร 75% ที่ได้จากการขายวอดกาที่ผลิตขึ้นเป็นพิเศษนี้จะคืนให้แก่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากกัมมันตรังสี ขณะเดียวกันผู้ผลิตวอดกาชนิดนี้ก็เรียกร้องให้ทางการเปิดพื้นที่ดังกล่าวที่ถูกปิดมาเป็นเวลา 33 ปี เพื่อให้ประชาชนได้กลับเข้าไปทำกินเนื่องจากไม่มีกัมมันตรังสีตกค้างอยู่อีกแล้วด้วย

(ที่มา https://www.atomikvodka.com/)

9. เรียกคืนแป้งสาลีเอนกประสงค์ปนเปื้อนเชื้ออีโคไล
บริษัท General Mills เรียกคืนแป้งเหรียญทอง (Gold Medal) ซึ่งเป็นแป้งสาลีอเนกประสงค์แบบไม่ขัดขาวขนาดถุง 5 ปอนด์เนื่องจากมีแนวโน้มปนเปื้อนเชื้ออีโคไล O26 หลังจากมีการสุ่มตรวจตัวอย่างถุงแป้ง ขณะเดียวกันองค์การอาหารและยา (FDA) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐ ก็ออกมาเตือนให้งดเว้นการกินอาหารดิบที่มีส่วนผสมของแป้งชนิดนี้ด้วย

ทั้งนี้เชื้ออีโคไล O26 ซึ่งทำให้เกิดอาการท้องเสีย ถ่ายอุจจาระเหลวหรือถ่ายเป็นน้ำนั้น ถูกทำลายได้ด้วยความร้อนจากการอบ ทอด คั่วหรือต้ม ส่วนการชิมหรือรับประทานแป้งที่ยังไม่ผ่านความร้อนนับว่ามีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อ อย่างไรก็ตาม จนปัจจุบันบริษัท General Mills ยังไม่ได้รับแจ้งโดยตรงจากผู้บริโภคว่ามีอาการเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์แต่อย่างใด

(ที่มา https://www.generalmills.com/flour)